Nov 17, 2025 (v1.2/@adv1)
มาคุยกันเรื่อง State of Business คือดูว่า สถานะ ของธุรกิจต่างๆ เป็นยังไงกัน อาการเป็นยังไง เพราะว่า กำลังถูกรุกล้ำ อย่างยิ่ง จากบรรดา เทคโนโลยี ต่างๆ บรรดาสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ต่างๆ มะรุมมะตุ้ม มากมาย ดังนั้น มันกระทบ การทำธุรกิจยุคนี้ จะทำไปเรื่อยๆ เฉื่อยๆ แบบสมัยก่อน ไม่ได้อีกแล้ว ทุกวันนี้ คนนั่ง live ขายของในบ้านตัวเองแท้ๆ สามารถสร้าง order ได้เป็นสิบ เป็นร้อยๆ ล้าน ในเวลาไม่กี่วัน หรือดารา นักร้อง เพียงคนเดียว ทีมเดียว สามารถกระเพื่อม ไปทั้งโลกได้ โดยเขาไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทั่วโลก ทุกๆที่ แต่มันกระเพื่อมส่งกันไปทาง online ทาง internet นั่นเอง เปลี่ยนไปเยอะมาก บริบท สภาพ อะไรต่างๆ ดังนั้น ก็นึกเป็นห่วง พวกนักศึกษาที่กำลังเรียนธุรกิจในห้องเรียน ไม่รู้จะตามทัน โลกภายนอก รึเปล่า มีอีกหลายเรื่องจะเม้าท์กันต่อไป
หลังจาก Trump รับตำแหน่ง ปีที่แล้ว พ่อเจ้าประคุณก็กระหน่ำระบบเศรษฐกิจโลก ไล่ขึ้นภาษีนำเข้าในประเทศต่างๆ ทุกประเทศพากันวิ่งเต้นไปเจรจา ไทยก็โดนไป สุดท้ายตอนนี้อยู่ที่ 36% (ยังไม่ได้เช็คตัวเลขล่าสุด) ฟากฝ่ายจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง ยุโรป ก็ไม่ใช่ว่าหมูๆ มีความพยายามจะพัฒนาสกุลเงินขึ้นมาเพื่อทดแทนการใช้ USD ของอเมริกา มีเรื่องวุ่นวายเยอะ สงคราม
ยุคก่อนหน้านี้ เราคิดว่า Globalization จะทำให้โลกนี้สงบสุข มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน ทั้งสินค้า วัฒนธรรม ตอนนี้เหมือนกับ Globalization กำลังหยุดชะงักแล้ว คุณท่าน Trump ก็มาเขย่า พาโลกกลับสู่ยุค ที่ต้องกีดกัน กัน ปกป้องผลประโยชน์ ตั้งกำแพงภาษี ดึงแรงงาน ธุรกิจ กลับประเทศ ดังนั้น ก่อนหน้านี้เราคุยกันเรื่อง logistics ซึ่งสามารถลด cost ได้ เพราะเราไปผลิตประเทศที่ต้นทุนต่ำ แล้วส่งไปขายประเทศรวยๆ ได้ราคา เดี๋ยวนี้ต้องวางแผนใหม่ เพราะพวกมหาอำนาจพยายามจะกัน ไม่ให้บริษัทใหญ่ๆ ออกนอกประเทศ กลับสู่ยุคเก่าอีก
ผลกระทบจาก AI ปัญญาประดิษฐ์ เรียกได้ว่า ตีแรง ไม่น้อย แต่ว่า บรรดานักการเมือง ผู้บริหาร ประเทศต่างๆ ยังไม่ตระหนัก ตระหนก เพียงพอ ตอนนี้เขากำลังพัฒนาเทคโนโลยีตัวนี้อย่างขนานหนัก ไอ้เจ้าปัญญาประดิษฐ์นี้จะมาทดแทนทุกสิ่งทุกอย่าง ความคิดความอ่านของคน ความรู้ต่างๆ แล้วผนวกกับเจ้าหุ่นยนต์ แล้วหุ่นยนต์ก็กลายเป็นคน สามารถทำงานต่างๆแทนคนได้หมด ในครัว โรงงาน แม้แต่ในโรงเรียน ก็สอนหนังสือแทนครูได้ มันจะกระทบสภาพชีวิต ความเป็นอยู่ สังคม อย่างมากทีเดียว รถยนต์วิ่งรับคน ไม่ต้องใช้คนขับ ก็เริ่มออกมาวิ่งแล้ว ดังนั้น สังคมกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างยิ่ง
ปัญหาการเมืองไทย มีเยอะมาก ตอนนี้ รัฐบาลก่อนล้มไป เพราะนายกฯถูกสั่งพ้นหน้าที่ มีการเลือกนายกใหม่ ได้แล้วก็ตั้งรัฐบาลเพื่อประคองไประยะสั้น เขาตกลงกันที่ 4 เดือน ไม่รู้เอาจริงจะตามนั้นหรือไม่ ณ วันนี้ยังหวังว่าจะเป็นตามนั้น แต่อะไรก็ไม่แน่ ขึ้นชื่อว่าการเมืองไทย พอถึงเวลาจริง เขาอาจมีไม้พิเศษ มาจัดการก็ได้ เพื่อแช่แข็งประเทศต่อไป เพราะถ้าหากปล่อยให้เลือกตั้งแล้ว ไอ้พวกการเมืองใหม่ มันมีทีท่าจะชนะ เขาก็ไม่เอาหรอก เขาก็พับระบบเลือกตั้งไป ก็อาจเป็นไปได้ เป็นเรื่องที่กังวลอยู่ ลึกๆ คิดว่าบรรดาผู้บริหารทั้งหลาย ก็จับตากันอยู่ หรือระแวงระวังกันอยู่
กลับมาสรุปเรื่องธุรกิจ เศรษฐกิจ สถานการณ์ไม่ดีเลย ทุนจีนยึดประเทศ เงินเทา คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ไม่ดีแล้วยังไม่พอ พ่อเจ้าประคุณรัฐบาล ผู้บริหารก็ไม่ได้เรื่องอีก ทำอะไรไม่เป็น เพราะฉะนั้น เราเห็นบริษัทปิดตัว โรงงานปิด แม้โรงงานใหญ่ ก็ต้องปิด เขาย้ายไปประเทศอื่นก็มี หรือบางที่ก็ลดต้นทุน เอาพวกหุ่นยนต์อะไรมาแทน ในวงการ tech เทคโนโลยี เขาเริ่มใช้ AI มาเขียนโปรแกรมแทนพนักงาน บริษัทใหญ่ๆนี่ใช้กันมากแล้ว ก็ทยอยไล่คนออก ไทยก็น่าจะเริ่มได้รับผลกระทบ งานการด้าน tech ก็ไม่ได้มั่นคงถาวรอีกต่อไป
สรุปสุดท้ายว่า บริษัทยุคใหม่ ต้องปรับตัว ได้แล้ว พยายาม หาจุดสมดุล (balance) ระหว่าง การใช้ คน ทำงาน หรือจ้างคนมาทำงาน กับ การใช้เทคโนโลยี เข้ามาแทน ธุรกิจยุคนี้ใช้คนน้อยกว่ายุคเก่า มากมาย เพราะเราใช้เทคโนโลยีมาแทน หรือบางส่วนก็ จ้างข้างนอก (outsourcing) ได้ คือพยายามหาจุด ที่มีรายจ่าย พอดี ๆ ไม่มากเกินไป หรือน้อยไป จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูง (efficiency) ใช้ social media อะไรต่างๆ ให้เป็น และหากเราเป็นธุรกิจเล็ก ไม่ใหญ่มาก ก็จะต้อง จับจด (หรือภาษาฝรั่งเรียก Focus) คืออย่าไปทำหลายอย่าง อย่าขยายเร็วเกินไป บางคน ธุรกิจโตเร็ว รายได้เข้าดี เขาก็รีบขยายตัว ปรากฎว่า ต่อมาแรงซื้อแผ่ว ก็หนีไม่พ้น เจ๊ง ในที่สุด ดังนั้น ค่อยๆไป
สำคัญที่สุดคือ เศรษฐกิจทุกระดับ ไม่ค่อยดี ทั้งในไทย หรือต่างประเทศ จึงต้องถนอมตัวให้มากที่สุด หรือเรียกว่า ประคองตัว ให้ได้มากที่สุด ลดรายจ่าย อะไรต่างๆ ถ้าคุยเรื่องธุรกิจ มีได้เป็นร้อยๆอย่าง เพราะสถานการณ์แต่ละที่ ไม่เหมือนกัน มันต้องคิดต้องแก้กันแต่ละเคส แต่ละอย่าง ต่างกันไป ก็คิดว่าเอาเท่านี้ก่อน
หมายเหตุ -- ภาพจาก internet
Copyright © 2025 @nex-era. CC BY-NC-ND 4.0